หลักสูตรปฏิบัติธรรม

 

โพธิปักขิยธรรมสถาน เป็นสถานปฏิบัติธรรมตามแนวทางมหาสติปัฏฐาน วิปัสสนากรรมฐาน (พอง-ยุบ) มีการสอบอารมณ์โดยพระวิปัสสนาจารย์ คือ พระครูภาวนาวิหารธรรม วิ. และ พระมหาบุญทัน รตนปญฺโญ วันละ 1 ครั้ง รักษาศีล 8 ในระหว่างการเข้าปฏิบัติ และการแต่งกายชุดสุภาพ สีขาว ไม่มีลวดลาย

 

หลักสูตรการปฏิบัติ 

  • หลักสูตรระยะสั้น  เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นปฏิบัติ สามารถสมัครได้ในวันตามที่กำหนดในตารางคอร์สปฏิบัติธรรม การปฏิบัติจะมีวิทยากรพี่เลี้ยงเป็นผู้ดูแล
  • หลักสูตรเข้ม  เหมาะสำหรับ ผู้ที่ได้รับอนุญาตจากพระวิปัสสนาจารย์ ให้จัดสรรเวลาในการปฏิบัติด้วยตนเอง
  • การปฎิบัติเก็บอารมณ์ เฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตจากพระวิปัสสนาจารย์เท่านั้น 

 

หลักสูตรระยะสั้น

 

คุณสมบัติ และระเบียบข้อบังคับของผู้เข้าปฏิบัติหลักสูตรระยะสั้น

1. มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป (หรือได้รับอนุญาตจากผู้ปกครอง)

2. สามารถรักษาศีล 8 และอยู่ในกฎระเบียบได้เป็นอย่างดี

3. มีศรัทธาในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ยินดีรับฟังและปฏิบัติตามวิธีที่พระวิปัสสนาจารย์แนะนำให้

4.สามารถปฏิบัติตามเวลาที่พระวิปัสสนาจารย์กำหนดให้ได้อย่างต่อเนื่อง ไม่หลบเลี่ยงออกจาก การปฏิบัติ ขณะที่ยังไม่ถึงเวลาพัก

5. ปิดวาจา  และงดใช้เครื่องสื่อสารทุกชนิด ทั้งในและนอกห้องพัก โดยสามารถนำเครื่องมือสื่อสารฝากที่เจ้าหน้าที่สำนักงาน หากมีธุระด่วนให้ติดต่อผ่านเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานเท่านั้น 

6. ต้องตั้งใจในการปฏิบัติ และทำกิจกรรมประจำวันต่างๆตามที่กำหนดให้ ดูกิจกรรมการปฏิบัติประจำวัน

7. สามารถเข้าปฏิบัติได้ในวันเริ่มต้น และอยู่ปฏิบัติได้ตลอดจนสิ้นสุดโครงการ

8. ต้องแต่งกายให้ถูกระเบียบของสำนัก เป็นชุดปฏิบัติธรรม หรือชุดเสื้อกางเกงชายาวแบบสุภาพสีขาวล้วน อนุโลมให้ใส่กางเกงสีดำได้ และเป็นกางเกงขายาวเท่านั้น ไม่ให้ใส่กางเกงเกงสี่ส่วน ผู้หญิงผมยาวให้รวบผมให้เรียบร้อย

9. ปฏิบัติตามกฎข้อบังคับอื่น ๆ ของสำนัก

 

สถานปฏิบัติธรรม มูลนิธิวิปัสสนามิตรภาพ ขออนุโมทนาในความร่วมมือจากทุกท่านมา ณ ที่นี้

 

ประกาศ โดย

พระอาจารย์มหาบุญทัน รตนปญฺโญ

พระวิปัสสนาจารย์

ตุลาคม 2560

 

หลักสูตรเข้ม

---------------------------------------------------------------------------------

 คุณสมบัติและระเบียบข้อบังคับของผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรเข้ม

  • มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับคุณสมบัติของผู้เข้าปฏิบัติหลักสูตรระยะสั้น
  • เคยผ่านการเข้าปฏิบัติหลักสูตรระยะสั้น อย่างน้อย 2 คอร์ส

 

มูลนิธิวิปัสสนามิตรภาพ ขออนุโมทนาในความร่วมมือจากทุกท่านมา ณ ที่นี้

 

ประกาศ โดย

พระอาจารย์มหาบุญทัน รตนปญฺโญ

พระวิปัสสนาจารย์

ตุลาคม 2560

ปฏิบัติเก็บอารมณ์

นอกคอร์ส

--------------------------------------------------------------------------------

ระเบียบการเข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน สำหรับผู้ปฏิบัตินอกคอร์ส

โพธิปักขิยธรรมสถานเป็นสถานที่สัปปายะในการปฏิบัติ  เปิดให้โยคีผู้ตั้งใจปฏิบัติ  สามารถเข้าเก็บอารมณ์ในการปฏิบัติได้ โดยมีระเบียบเพื่อประโยชน์แก่ผู้ปฏิบัติธรรม ดังนี้

การสมัครการสมัครเข้าปฏิบัติเก็บอารมณ์ (นอกคอร์ส)

  1. สมัครโดยการติดต่อที่หมายเลขโทรศัพท์  087-0286616, 082-2389928 หรือทางเพจ โพธิปักขิยธรรมสถาน

คุณสมบัติของผู้สมัคร 

  1. ต้องเป็นผู้ที่ผ่านการปฏิบัติตามแนวทางมหาสติปัฏฐาน 4 โดยมีพระวิปัสสนาจารย์ คือ  หลวงพ่อพระครูภาวนาวิหารธรรม วิ. และพระอาจารย์มหาบุญทัน รตนปญฺโญ  
  2. ต้องเป็นผู้ที่สามารถปฏิบัติได้เอง และได้รับอนุญาตจากพระวิปัสสนาจารย์ คือ  หลวงพ่อพระครูภาวนาวิหารธรรม วิ. หรือพระอาจารย์มหาบุญทัน  รตนปญฺโญ ให้เข้าเก็บอารมณ์นอกคอร์สได้
  3. การเข้าปฏิบัติเก็บอารมณ์ให้อยู่ได้ครั้งละ 15  วัน (ยกเว้นอยู่เข้าพรรษา จะต้องได้รับการอนุญาตจากพระวิปัสสนาจารย์)

ข้อบังคับในการเข้าเก็บอารมณ์ปฎิบัติธรรมนอกคอร์ส

  1. ต้องตั้งใจในการปฏิบัติ
  2. ต้องรับศีล 8 (ยกเว้นผู้ป่วย)
  3. ต้องปิดวาจา  และงดใช้เครื่องมือสื่อสารทุกชนิดทั้งในและนอกห้องพัก  โดยสามารถนำเครื่องมือสื่อสารฝากที่เจ้าหน้าที่สำนักงาน หากมีธุระด่วนให้ติดต่อผ่านเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานเท่านั้น
  4. ต้องส่งอารมณ์ตามเวลาที่จัดให้
  5. เมื่อรับประทานอาหารเสร็จ  ต้องออกจากโรงอาหาร ห้ามนำอาหารมาแจกให้โยคีอื่นๆ และห้ามให้อาหารหมาแมว ห้ามเข้าห้องครัว หากต้องการสิ่งใดให้แจ้งเจ้าหน้าที่
  6. ห้ามนำอาหารแห้ง ขนม ไปเก็บในห้อง หรือประกอบอาหารในห้อง
  7. ห้ามทำกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมแก่ผู้ปฏิบัติธรรม เช่น ห้ามอ่าน-เขียนหนังสือ  ห้ามออกกำลังกาย  ห้ามเก็บดอกไม้ ห้ามเก็บผลไม้ ห้ามเก็บอาหารไว้บนห้องโดยเด็ดขาด
  8. เข้าพักในห้องตามที่เจ้าหน้าที่ได้กำหนดไว้ให้ เมื่อครบกำหนดออกจากการปฏิบัติ ให้ทำความสะอาดเก็บอุปกรณ์ คืนห้องด้วยตนเองให้เรียบร้อย เก็บของส่วนตัวกลับให้หมด คืนอุปกรณ์ที่ยืมในที่จัดเตรียมไว้ให้ และคืนกุญแจที่สำนักงาน
  9. ต้องแต่งกายให้ถูกระเบียบของสำนัก เป็นชุดปฏิบัติธรรม หรือชุดเสื้อกางเกงชายาวแบบสุภาพสีขาวล้วน อนุโลมให้ใส่กางเกงสีดำได้ และเป็นกางเกงขายาวเท่านั้น ไม่ให้ใส่กางเกงเกงสี่ส่วน
  10. ปฏิบัติตามกฎข้อบังคับอื่น ๆ ของสถานปฏิบัติธรรมโพธิปักขิยธรรมสถาน

 

*** หากไม่สามารถปฏิบัติตามกฏระเบียบได้  จะไม่ได้รับการพิจารณาให้อยู่ต่อ  ขอให้ท่านพิจารณาตนเอง ก่อนที่จะเชิญออกจากสำนักเ พราะเมื่อท่านยังไม่พร้อมที่จะปฎิบัติท่านก็ควรออกไปก่อน จะได้ไม่เป็นแบบอย่างแก่ผู้ปฎิบัติคนอื่นๆ และรบกวนท่านอื่นๆ เมื่อท่านพร้อมจะเข้าปฎิบัติอีกทางสำนักก็ยินดี

*** หากไม่เข้าใจระเบียบโปรดสอบถามเจ้าหน้าที่

***เมื่อท่านรับทราบและเซนต์ซื่อแล้วนำระเบียบนี้เข้าไปยืนยันกับพระวิปัสสนาจารย์

***ขออนุโมทนาในความร่วมมือจากทุกท่านมา  ณ  ที่นี้ด้วย

 

ปรับปรุงและประกาศ โดย

พระมหาบุญทัน  รตนปญฺโญ  พระวิปัสสนาจารย์ 

12 ตุลาคม 2565

   

 

 

อ่านเพิ่มเติม

 

  • หลักสูตรปฏิบัติธรรม

 

 

 

 

ติดต่อโพธิปักขิยธรรมสถาน

 ที่อยู่: โพธิปักขิยธรรมสถาน เลขที่ 159 หมู่ 6 ซอยเทศบาล 4  ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย  สระบุรี   18260

แผนที่ไป

โพธิปักขิยธรรมสถาน

มูลนิธิวิปัสสนามิตรภาพ

ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

โทร 08-2238-9928 , 08-7028-6616

FB - โพธิปักขิยธรรมสถาน

 

ายละเอียดการเดินทาง 

ด้วยรถยนตร์ส่วนตัว 
 
1. (ตามแผนที่) ขับตามถนนวิภาวดีรังสิต ขับรถไปตามมอเตอร์เวย์ออกอยุธยา ขับชิดขวา ตรงตามถนนอย่างเดียว ตามป้ายโคราช (ไม่ต้องไปเลี่ยงเมือง และไม่ตามป้ายเข้าสระบุรี) ไปอีกระยะ ผ่านหินกอง ผ่านแก่งคอย จนเห็นป้ายช้างแดง ก็เตรียมออกถนนคู่ขนาน เพื่อขึ้นสะพานเกือกม้ายูเทิร์น  พอลงมา ก็จะผ่านสวนมิ่งมงคล ชิดซ้าย ขับช้าๆ ดูป้ายชื่อซอยเทศบาล 4 เข้าซอยไปอีกประมาณ 10-15 นาที ตรงอย่างเดียว จนสุดซอย  ก็จะเจอโพธิปักด้านขวามือ

2. ใช้ Google Map ด้วยคำว่า โพธิปักขิยธรรมสถาน
**เมื่อเห็นป้ายช้างแดง และขึ้นเนินทับกวาง Google Map จะบอกให้ชิดขวาเพื่อยูเทิร์น แต่ตอนนี้ใช้ยูเทิร์นเกือกม้าแล้ว ดังนั้นต้องเปลี่ยนเป็นชิดซ้ายเพื่อขึ้นสะพานเกือกม้า
 
ด้วยรถตู้หมอชิต กรุงเทพ-โคราช (ลายละเอียด http://chakkarattour.com/)

แจ้งคนขับ ลงซอยโยเร หรือบอกว่าลงตรง สะพานลอยคนข้ามตรงตลาดทับกวาง
เดินข้ามสะพานลอยข้าม จะเจอวินมอร์เตอร์ไซด์ ที่ปากซอยเทศบาล 3 (ซอยโยเร)  เข้ามาที่โพธิปักฯ  50 บาท  
** ขากลับขอเบอร์คนขับมอร์เตอร์ไซด์ ให้มารับออกจากโพธิปักฯ และจดเบอร์รถตู้ไว้ ก่อนกลับก็โทรนัดเวลารถตู้ให้จอดรับที่ป้ายรถเมล์ หน้าวินมอเตอร์ไซด์หน้าปากซอย
 
 
 
 

ปฏิบัติธรรม

สื่อธรรมะ

ความเป็นมา

ความเป็นมา

 

ประวัติ

คณะศิษยานุศิษย์พระครูภาวนาวิหารธรรม วิ. (เหล็ก จนฺทสีโล) โดย ดร.ธีระ- รศ.ดร.จารุมา อัชกุล และคณะศิษยานุศิษย์ได้ร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาก่อสร้าง โพธิปักขิยธรรมสถาน เพื่อเป็นพุทธบูชาและเพื่อแสดงถึงความกตัญญูกตเวที ที่มีต่อพระครูภาวนาวิหารธรรม วิ. (เหล็ก จนฺทสีโล) อีกทั้งเพื่อให้พุทธศาสนิกชน ได้มีสถานปฏิบัติ วิปัสสนากรรมฐาน ที่สัปปายะ มีครูบาอาจารย์ที่สามารถช่วยให้ผู้ปฏิบัติสามารถเข้าถึงแก่นแท้แห่งพุทธธรรม ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้

 

ในเริ่มแรกคณะศิษย์ได้ดำเนินการเพื่อขอจัดตั้ง มูลนิธิวิปัสสนามิตรภาพ ในปี ๒๕๔๓ และคณะกรรมการ วัฒนธรรมแห่งชาติ ได้ออกหนังสืออนุญาต ให้ดำเนินการจัดตั้งมูลนิธิวิปัสสนามิตรภาพในวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๔๔ และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ดำเนินการประกาศการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ ในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไปเล่มที่ ๑๑๘ ตอนที่ ๑๐๐ วันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๔๔  ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๕๗ ได้มีการจดทะเบียน ให้โพธิปักขิยธรรมสถาน มูลนิธิวิปัสสนามิตรภาพ เป็นมูลนิธิสาขาของวัดสุขสำราญ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์

 

มูลนิธิมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อพัฒนาก่อสร้างสถานปฏิบัติธรรม และจรรโลงส่งเสริมการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานตามหลักมหาสติปัฏฐาน ยุบหนอ-พองหนอ

 

โพธิปักขิยธรรมสถาน  ตั้งอยู่บนที่ดินเนื้อที่ ๑๒ ไร่ เชิงภูเขาโดยมีถนนเข้าถึงได้โดยสะดวก และการก่อสร้างกุฏิ แบ่งเป็น เขตโยคีหญิง โยคีชาย เขตพระสงฆ์ และเขตธุดงค์ 

สำหรับเขตปฏิบัติธรรมแบ่งเป็นส่วนของโยคีหญิง  และโยคีชาย ประกอบด้วย กุฏิเดี่ยวพร้อมห้องน้ำ จำนวน ๑๑ กุฏิ เรือนแถวใต้ถุนสูง ซึ่งมีห้องเดี่ยวพร้อมห้องน้ำ รวม ๑๒ ห้อง และศาลาปฏิบัติธรรมซึ่งสามารถรองรับโยคีได้ ๑๕ - ๓๐ ท่าน

 

 

ตราสัญลักษณ์ของมูลนิธิวิปัสสนามิตรภาพ

 

ตราสัญลักษณ์ของมูลนิธิเป็นรูปดอกบัวสี่เหล่า ซึ่งพระอรรถกถาจารย์ได้อุปมาเสมือนบุคคล ๔ จำพวก ได้แก่

๑. อุคฆฏิตัญญู ดอกบัวที่ตั้งขึ้นพ้นน้ำ รอสัมผัสแสงอาทิตย์ก็จะบานในวันนี้ เปรียบเสมือน บุคคลที่มีปัญญา เฉียบแหลมได้รับฟังเพียงหัวข้อธรรมก็สามารถบรรลุ ธรรมได้ อาทิ พระสารีบุตร เมื่อได้สดับธรรมจากพระอัสสชิ ว่า  ธรรมเหล่าใดเกิด แต่เหตุ พระพุทธองค์ทรงแสดงเหตุแห่งธรรมเหล่านั้น และความดับแห่งธรรมเหล่านั้น พระองค์ มีปกติตรัสอย่างนี้  ก็เกิดดวงตาเห็นธรรมที่ว่า ?สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นย่อมต้องมี ความดับเป็นธรรมดา

๒. วิปจิตัญญู ดอกบัวที่ตั้งอยู่เสมอน้ำ จักบานในวันพรุ่งนี้ เปรียบเสมือน บุคคลที่ได้รับ ฟังธรรมแล้วต้องได้รับ การอธิบายขยายความหมายของหัวข้อธรรมนั้นจึงจะบรรลุธรรมได้

๓. เนยยะ ดอกบัวที่อยู่ในน้ำ ยังไม่โผล่พ้นน้ำ จักบานในวันต่อๆไป เปรียบเสมือน บุคคล ที่ฟังธรรมแล้ว ต้องได้รับ การอธิบายขยายความหมายของหัวข้อธรรมนั้นอย่างต่อเนื่องและ บ่อยๆ จึงจะสามารถบรรลุธรรมได้

๔. ปทปรมะ ดอกบัวจมอยู่ในโคลนตมจักกลายเป็นอาหารของปลาและเต่า เปรียบเสมือนบุคคล ผู้ด้อยด้วยปัญญา แม้จะแสดงธรรมให้ฟังเท่าใดก็ไม่สามารถบรรลุธรรมได้

 

 

 

พระวิปัสสนาจารย์ประจำโพธิปักขิยธรรมสถาน

 

พระครูภาวนาวิหารธรรม วิ. (พระมหาเหล็ก จนฺทสีโล)

พระวิปัสสนาจารย์ใหญ่ ประจำโพธิปักขิยธรรมสถาน

เจ้าอาวาสวัดสุขสำราญ ต.ยายแย้มวัฒนา อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์

เจ้าคณะอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์

 

พระอาจารย์มหาบุญทัน รตนปญฺโญ

พระวิปัสสนาจารย์ ประจำโพธิปักขิยธรรมสถาน

 

 

 

พระครูภาวนาวิหารธรรม วิ.

พระวิปัสสนาจารย์ใหญ่ ประจำโพธิปักขิยธรรมสถาน

เจ้าอาวาสวัดสุขสำราญ ต.ยายแย้มวัฒนา อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์

เจ้าคณะอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์

 

นามเดิม เหล็ก สุภศร เกิดเมื่อวันอังคารที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ.๒๔๙๒ ที่บ้านครั่ง ตำบลดู่ อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ เป็นบุตรของนายสี และนางจันดา สุภศร ปัจจุบันโยมพ่อโยมแม่ถึงแก่กรรม มีพี่น้องรวมทั้งสิ้น ๙ คน  

งานของท่าน    

พ.ศ.๒๕๑๔   จบนักธรรมเอก

พ.ศ.๒๕๒๔   จบเปรียญธรรม ๓ ประโยค

พ.ศ.๒๕๓๒ – ๒๕๓๖   หันจากภาวนาพุทโธมาเริ่มฝึกสายพองหนอ-ยุบหนอ กับพระอาจารย์ ดร.ภัททันตะ อาสภะมหาเถระ ธรรมาจริยะ อัคคมหากัมมัฏฐานาจริยะ ที่สำนักวิเวกอาศรม จังหวัดชลบุรี เป็นเวลา ๔ ปี 

พ.ศ.๒๕๓๓    รับปริญญาตรีพุทธศาสตร์บัณฑิต มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย

พ.ศ.๒๕๓๙   – ปัจจุบัน    เป็นเจ้าอาวาสวัดสุขสำราญ บ้านโคกหัวเสือ  อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์

พ.ศ.๒๕๕๑     รับพระราชทานสมณศักดิ์ มีพระราชทินนามว่าพระครูภาวนาวิหารธรรม ทผจล.ชอ.วิ.(พระครูชั้นเอก เทียบเท่าผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นเอก ฝ่ายวิปัสสนาธุระ)

พ.ศ.๒๕๕๔     รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอเฉลิมพระเกียรติ  จ.บุรีรัมย์ มีวัดในปกครอง ๒๐ วัด ๑๔ สำนักสงฆ์      

พ.ศ.๒๕๕๖    เป็นพระอุปัชฌาย์  

พ.ศ.๒๕๕๙     รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ พัดยศ เป็นพระครูเจ้าคณะอำเภอ ชั้นพิเศษ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ (จอ.ชพ.วิ)

 

ปัจจุบันพระครูภาวนาวิหารธรรม เป็นพระวิปัสสนาจารย์ประจำที่

  • วัดสุขสำราญ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์
  • ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี
  • มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  • โพธิปักขิยธรรมสถาน ตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี
  • สวนธรรมหาดเสลา ตำบลเขาดิน อำเภอเก้าเลี้ยว    จังหวัดนครสวรรค์        
  • บ้านสบาย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา    

พระครูภาวนาวิหารธรรม วิ. มีสำนักปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานที่บรรดาศิษย์ของท่านได้ร่วมกันสร้างถวาย ๒ แห่ง คือ โพธิปักขิยธรรมสถาน  ตั้งอยู่ที่ตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี และสวนธรรมโคกระกา ตั้งอยู่ข้างวัดสุขสำราญ ต.ยายแย้ม อ. เฉลิมพระเกียรติ จ. บุรีรัมย์

 

พระมหาบุญทัน รตนปญฺโญ

พระวิปัสสนาจารย์ประจำโพธิปักขิยธรรมสถาน

 

นามเดิม บุญทัน สาลี  เกิดเมื่อวันอังคารที่ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๑๘  ที่ ต.ยายแย้มวัฒนา อ.เฉลิมพระเกียรติ จ. บุรีรัมย์ เป็นบุตรของ นายล้อม และนางบุญมี สาลี มีพี่น้องทั้งหมด ๔ คน

 

บรรพชา  ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๑ - ๒๕๓๘ ที่วัดสุขสำราญ ต.ยายแย้มวัฒนา อ.เฉลิมพระเกียรติ จ. บุรีรัมย์

อุปสมบท วันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๔๕ วัดบ้านยาง ต.ตาจง อ.ละหานทราย จ. บุรีรัมย์ และเข้าปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน โดยมีพระครูภาวนาวิหารธรรม วิ เป็นผู้บอกพระกัมมัฏฐาน ตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๔๕-๒๕๔๘

 

ปัจจุบันเป็นพระวิปัสสนาจารย์

- โพธิปักขิยธรรมสถาน จ.สระบุรี

- วัดสุขสำราญ จ.บุรีรัมย์

- สวนธรรมหาดเสลา จ.นครสวรรค์

- ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ

- สถานปฏิบัติแม่ริม จ.เชียงใหม่

 

 

Free Joomla! template by L.THEME